มหาสงครามชิงบัลลังก์เวทมนตร์ บทที่ 6: กรุงเทพฯ สู่สมรภูมิ

ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครที่เคยเต็มไปด้วยแสงสีนีออน บัดนี้ถูกหมอกเวทมนตร์สีดำอมม่วงบดบังจนมืดมิดดั่งคืนอนธการ ไออาคมดำหนาแน่นลอยเลื่อยอยู่ตามพื้นถนนและยอดตึกสูง เสียงร้องไห้ระคนเสียงโอดครวญดังระงมไปทั่วเมือง ผู้คนบริสุทธิ์นับหมื่นทรุดตัวลงกับพื้นหมดสติไปทีละคน ละอองแสงสีฟ้าอ่อนๆ ซึ่งเป็น “พลังชีวิต” ของพวกเขา ถูกแรงดึงดูดประหลาดสูบขึ้นไปบนฟ้า มุ่งหน้าสู่จุดศูนย์กลางมวลหมอกดำใจกลางเมือง

วูบ!

วงเวทมิติสีทองตัดผ่านหมอกดำกลางวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ร่างของธันวาในชุดลำลองพร้อมคทาแห่งศูนย์ตาในมือ ก้าวพ้นมิติออกมาพร้อมกับเมฆและสิรินที่รอรับอยู่ไม่ไกล

ภาพเบื้องหน้าทำเอาธันวาต้องขบฟันแน่นด้วยความสะเทือนใจ รถยนต์นับร้อยคันจอดทิ้งร้างอยู่กลางถนน ผู้คนนอนหมดสติอยู่ตามฟุตบาทและในซอกซอยต่างๆ ไออาคมดำของภพกำลังสูบกลืนพลังชีวิตของคนบริสุทธิ์ไปเติมเต็มให้แก่ “เกราะอาคมโลหิต” ที่กางครอบคลุมเขตพระนครไว้ทั้งหมด

“พวกมันไม่รอให้ครบกำหนดเวลาจริงๆ ด้วย…” สิรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าของเธอยังคงซีดเผือด แต่สายตากลับฉายแววโกรธแค้น “ภพดึงเอาพลังชีวิตของคนทั้งกรุงเทพฯ ไปใช้เป็นแหล่งพลังงาน เพื่อให้เกราะอาคมของมันไม่มีวันถูกทำลายได้ด้วยเวทมนตร์ธรรมดา”

“แล้วเหล่าจอมเวทที่เหลือล่ะครับ?” ธันวาหันไปถาม

“สภาจอมเวทแตกพ่าย…” อธิปรักษ์ จอมเวทอาวุโสผู้รอดชีวิตก้าวออกมาจากเงามืดพร้อมจอมเวทสภาอีกสิบกว่าคน “พวกเราพยายามร่ายเกราะคุ้มกันประชาชน แต่พละกำลังของพวกเราไม่สามารถต้านทานอาคมมืดระเบิดจากขุมพลังบัลลังก์โบราณได้”

“อธิปรักษ์…” ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม

“สภาจอมเวทต้องขออภัยที่เคยดูแคลนเจ้า ในยามนี้ ชะตากรรมของพวกเราและประชาชนทุกคน ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว” อธิปรักษ์ก้มหัวยอมรับอย่างไม่อาย

“อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ” ธันวาตอบ “พวกเราต้องช่วยกัน… ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้างครับ?”

“กองทัพอสูรของภพตรึงกำลังไว้แน่นหนา หากเรากระจายกำลังบุก เราจะถูกล้อมฆ่าจนหมดสิ้นก่อนจะถึงแม่น้ำ” เมฆเสนอแผนขึ้นมา ดวงตาส่องสว่างด้วยจิตวิญญาณแห่งการสู้รบ “เราต้องใช้แผน ‘หัวหอกทะลายเกราะ’ ให้จอมเวทสภาทั้งหมดรวบรวมพลังเวทสร้างคลื่นจู่โจมเปิดทางเป็นสายเดียว ส่วนสิรินกับฉัน จะช่วยคุ้มกันธันวาให้แทรกตัวผ่านวงล้อม มุ่งตรงไปหาใจกลางแม่น้ำเจ้าพระยา!”

“ฉันเห็นด้วย” สิรินก้าวออกมายืนข้างธันวา ชูกระบองเวทสั้นขึ้น “พลังศูนย์ตาของธันวาเท่านั้นที่จะสลายเกราะอาคมโลหิตของภพได้ หน้าที่ของพวกเราทุกคน คือส่งธันวาไปให้ถึงตัวภพให้ได้!”

ธันวามองหน้าสิริน อธิปรักษ์ และเหล่าจอมเวททุกคน เขารู้ดีว่าแผนนี้คือการเดิมพันด้วยชีวิต ทุกคนที่อยู่ที่นี่พร้อมจะเสียสละเพื่อให้เขามีโอกาสเข้าถึงตัวผู้ร้าย

“ขอบคุณทุกคนมากครับ…” ธันวากำคทาแห่งศูนย์ตาไว้แน่น “ผมสัญญาว่าจะหยุดภพให้ได้!”

“เตรียมตัว!” อธิปรักษ์ยกมือขึ้นสูง คลื่นพลังสีทองและแสงอาคมนับสิบสายพลันเปล่งแสงสว่างไสวขึ้นทั่วอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ “เพื่อแผ่นดิน! เพื่อผู้บริสุทธิ์ทุกคน… จู่โจม!!!”

ตึ้ง!

สมรภูมิกลางกรุงเทพมหานครระเบิดออกอย่างกึกก้อง! เหล่าจอมเวทแห่งสภาปลดปล่อยคาถาที่ดีที่สุดออกมา ร่ายอาคมธาตุไฟ ลม และแสง พุ่งเข้าปะทะกับฝูงอสูรเวทมนตร์และนักฆ่าเงาโลหิตนับร้อยร่างที่พุ่งทะลักออกมาจากมิติ!

พรวด!

ร่างของกฤษณะ หัวหน้านักฆ่าเงาโลหิต พร้อมนักฆ่าระดับสูงอีกสี่คน และอสูรสิงโตยักษ์สามตัว พุ่งทะลุออกมาจากมิติดักหน้าพวกเขานั้นบนเชิงสะพาน!

“คิดว่าจะผ่านไปถึงตัวท่านภพได้ง่ายๆ เหรอกก?!” กฤษณะคำรามลั่น เหวี่ยงขวานยาวอาบพิษดำเข้าใส่ทันที!

ตึง!

เมฆกระโดดเข้ามารับการโจมตีไว้ด้วยเกราะพฤกษา แต่แรงกระแทกส่งผลให้ร่างของเมฆปลิวไปปะทะกับราวสะพานจนกระอักเลือด “อั่ก! พวกมันมีพลังเพิ่มขึ้นจากพิธีของภพ!”

อสูรสิงโตยักษ์ทั้งสามตัวและนักฆ่าอีกสี่คนโถมเข้าใส่สิรินและธันวาพร้อมกัน หมอกดำและรังสีฆ่าฟันกดทับจนธันวาไม่สามารถสลายพลังได้ทันทั้งหมด

“ธันวา! ยิงพลังศูนย์ตาเจาะเกราะอาคมโลหิตของภพเดี๋ยวนี้!” สิรินตะโกนสุดเสียง

“แต่พวกมันล้อมเราไว้นะครับคุณสิริน!” ธันวาพยายามจะหมุนตัวกลับมาช่วย

“อย่าหันหลังกลับไป!” สิรินตวาด น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเด็ดขาดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน “หน้าที่ของนายคือไปที่บัลลังก์! ส่วนตรงนี้… ฉันจะจัดการเอง!”

“คุณสิริน?!”

สิรินละทิ้งการป้องกันทั้งหมด เธอหลับตาลง รวบรวมพลังเวทมนตร์ทั้งหมดในร่างกาย และแลกมาด้วยพลังงานมหาศาลที่กำลังเผาผลาญ “อายุขัยและดวงจิต” ของเธอเอง!

“นั่นมัน… คาถาต้องห้าม ‘ดาราสละชีพ’!” กฤษณะตาเบิ่งกว้างด้วยความตื่นตกใจ “ยัยบ้า นี่แกคิดจะระเบิดดวงจิตตัวเองเหรอ?!”

“ธันวา… ฟังฉันนะ” สิรินหันกลับมายิ้มให้ธันวา รอยยิ้มนั้นงดงามและงดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านแก้มซ้ายของเธอ “ขอบคุณนะ… ที่เข้ามาในชีวิตของฉัน ที่ทำให้ฉันรู้ว่าโลกนี้ยังมี่คนที่ยอมเสียสละเพื่อผู้อื่นจริงๆ”

“ไม่นะคุณสิริน! อย่าทำแบบนี้!” ธันวาน้ำตาไหลทะลักออกมา เขาเอื้อมมือออกไปหมายจะคว้าตัวเธอไว้ แต่เกราะพลังงานสีเงินอันบริสุทธิ์ของสิรินกลับผลักร่างของเขาและเมฆให้ถอยร่นไปทางแม่น้ำ

“ก้าวไปข้างหน้าซะ ธันวา!” สิรินตะโกนสั่งสุดท้าย เสียงของเธอลอยแล่นไปด้วยความรักและความหวัง “ปกป้องแผ่นดินนี้… และปกป้องโลกที่เราเคยอยู่ด้วยกันไว้ให้ได้!”

วิ้ง!

“เวทดาราสีเงินขั้นสูงสุด: ดาราสูญสิ้นมิติ!”

ตู้ม!

แสงสว่างสีเงินบริสุทธิ์ระเบิดออกอย่างยิ่งใหญ่และงดงาม ดั่งดาวตกขนาดมหึมาตกกระทบพื้นโลก! แรงระเบิดสละชีพของสิรินกลืนกินร่างของกฤษณะ อสูรสิงโตยักษ์ และเหล่านักฆ่าเงาโลหิตทั้งหมดให้สลายกลายเป็นผุยผงในพริบตา!

พร้อมกันนั้น คลื่นพลังงานสีเงินยังได้พุ่งแหวกเกราะอาคมโลหิตชั้นนอกสุดของภพออกเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ เปิดทางให้มุ่งตรงสู่ใจกลางแม่น้ำเจ้าพระยา!

“คุณสิริน!” ธันวาตะโกนลั่นด้วยความสะเทือนใจ มวลแสงสีทองและระเบิดสีแดงปะทะกันยุ่งเหยิง

ร่างของสิรินสลายกลายเป็นละอองแสงสีเงิน ค่อยๆ เลื่อนลอยหายไปในอากาศ… ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบและความหวังสุดท้ายไว้บนแผ่นดิน!