แนบเนียนเกินไป! แฉมุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ‘หลอกคืนเงินค่าไฟ’ หลุดพูดคำนี้คำเดียว โอนหมดบัญชี

กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยออนไลน์ที่กำลังแพร่สะพัดบนโลกโซเชียล เมื่อกลุ่มมิจฉาชีพหรือ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ได้พัฒนากลยุทธ์ในการหลอกลวงประชาชนไปอีกขั้น ด้วยการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ การไฟฟ้านครหลวง ติดต่อเข้ามาหาเหยื่อโดยตรง พร้อมแจ้งเรื่อง “มาตรการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า” หรือ “เงินชดเชยค่าไฟฟ้าเกิน” ซึ่งใช้วิธีพูดจาแนบเนียน อ้างข้อมูลส่วนตัวถูกต้อง จนทำให้ประชาชนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อสูญเงินเกลี้ยงบัญชีภายในไม่กี่นาที

เปิดกลวิธีแฮกแบบใหม่: ไม่ต้องกดลิงก์ แค่พูด “ยืนยัน” หรือ “ยินยอม”

จากกรณีศึกษาและคำเตือนของตำรวจไซเบอร์ พบว่ารูปแบบการหลอกลวงครั้งนี้มีความแยบยลกว่าในอดีตอย่างมาก มิจฉาชีพจะไม่ส่งลิงก์หลอกลวงผ่าน SMS ทันทีเหมือนแต่ก่อน แต่จะใช้วิธีการโทรศัพท์เข้ามาสนทนาและชวนคุยอย่างเป็นธรรมชาติ

ขั้นตอนการหลอกลวงของมิจฉาชีพ:

  1. อ้างข้อมูลจริง: มิจฉาชีพจะระบุชื่อ-นามสกุล และบ้านเลขที่หรือหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

  2. สร้างเรื่องราว: แจ้งว่าผู้ใช้ไฟฟ้ามีสิทธิ์ได้รับเงินคืนประกันมิเตอร์ไฟฟ้า หรือเงินชดเชยค่าไฟสะสมจำนวนหลายพันบาท

  3. หลอกอัดเสียงยืนยันตัวตน: เมื่อเหยื่อเริ่มหลงเชื่อ มิจฉาชีพจะทำทีเป็นอ่านข้อตกลงและเงื่อนไข แล้วขอให้เหยื่อตอบกลับด้วยคำว่า “ยืนยัน” หรือ “ยินยอม” เพื่อบันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินการ

  4. นำไฟล์เสียงไปสวมรอย: มิจฉาชีพจะนำไฟล์เสียงคำว่า “ยืนยัน” หรือ “ยินยอม” ที่บันทึกไว้ ไปใช้ปลอมแปลงเพื่ออนุมัติคำขอในระบบ AI ยืนยันตัวตน หรือนำไปใช้นำทางผ่านระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR) ของสถาบันการเงิน ร่วมกับแอปพลิเคชันดูดเงินที่แอบติดตั้งไว้ในเครื่อง

เพียงแค่หลุดปากพูดคำตอบรับไม่กี่คำ ประกอบกับการถูกหลอกให้ยินยอมเปิดสิทธิ์การเข้าถึงอุปกรณ์ (Accessibility Service) เงินในบัญชีธนาคารก็จะถูกโอนออกไปจนหมดทันที

3 ข้อสังเกตสำคัญ! การไฟฟ้าฯ ยืนยัน ไม่มีนโยบายนี้

ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้ออกมาชี้แจงร่วมกันเพื่อโต้ข่าวลือและเตือนภัยประชาชนอย่างเป็นทางการ โดยเน้นย้ำถึงข้อเท็จจริง 3 ประการ:

  • ไม่มีการโทรแจกเงินคืน: การไฟฟ้าฯ ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์หาผู้ใช้บริการเพื่อแจ้งคืนเงินค่าไฟ หรือคืนเงินประกันผ่านทางโทรศัพท์โดยเด็ดขาด

  • ไม่มีการแนบลิงก์แอดไลน์ส่วนตัว: หากมีการติดต่อเกี่ยวกับธุรกรรม การไฟฟ้าฯ จะดำเนินการผ่านช่องทางบริการอย่างเป็นทางการ (Official Application หรือ ณ สำนักงานการไฟฟ้า) เท่านั้น

  • ไม่มีการขอข้อมูลรหัสผ่านหรือ OTP: เจ้าหน้าที่จริงจะไม่ขอรหัสผ่าน รหัส OTP หรือขอบันทึกเสียงยืนยันการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์

วิธีป้องกันตัวเมื่อเจอสายปริศนาโทรเข้า

หากได้รับสายโทรศัพท์อ้างมาจากหน่วยงานการไฟฟ้า หรือหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยดังนี้:

  1. ตั้งสติและตัดสายทันที: หากคู่สายเริ่มพูดถึงการคืนเงิน โอนเงิน หรือขอข้อมูลส่วนตัว ให้ทำการวางสายทันที โดยไม่ต้องเกรงใจ

  2. อย่าพูดคำยืนยันตอบรับ: หลีกเลี่ยงการตอบรับคำว่า “ใช่”, “ตกลง”, “ยืนยัน” หรือ “ยินยอม” ในระหว่างการสนทนากับสายที่ไม่รู้จัก

  3. ตรวจสอบผ่านช่องทางหลัก: หากสงสัยว่าตนเองมีสิทธิ์ได้รับเงินคืนจริงหรือไม่ ให้โทรศัพท์สอบถามไปยัง Call Center ของการไฟฟ้าฯ โดยตรง (การไฟฟ้านครหลวง โทร. 1130 / การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โทร. 1129)

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*