คนทำงานมีหนาว! ผลสำรวจเผย 5 อาชีพในไทย เสี่ยงโดน AI เลิกจ้างมากที่สุดภายในปีนี้

การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ได้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงเครื่องมือทุ่นแรง ไปสู่การเป็น “คู่แข่ง” คนสำคัญในตลาดแรงงานอย่างเต็มตัว ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันวิจัยด้านแรงงานและเทคโนโลยีในประเทศไทย เผยภาพรวมที่น่าตกใจว่า หลายองค์กรเริ่มปรับโครงสร้างองค์กรด้วยการนำระบบอัตโนมัติและ Generative AI เข้ามาทดแทนการทำงานของมนุษย์เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ

ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้ 5 กลุ่มอาชีพในไทย เริ่มมองเห็นสัญญาณความเสี่ยงสูงที่จะถูกปรับลดจำนวนพนักงาน หรือถูกทดแทนด้วย AI อย่างสมบูรณ์ภายในปีนี้

เปิดลิสต์ 5 อาชีพในไทย ที่เสี่ยงโดน AI ทดแทนมากที่สุด

1. พนักงานป้อนข้อมูลและงานธุรการ (Data Entry & Administrative Support)

งานเอกสาร คีย์ข้อมูล คัดแยกไฟล์ หรือจัดระบบเอกสารพื้นฐาน กลายเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ถูก AI เข้ามาแทนที่เกือบ 100% เนื่องจากซอฟต์แวร์ประมวลผลข้อมูลในปัจจุบันสามารถดึงข้อมูล แปลงไฟล์ และจัดเก็บได้แม่นยำกว่ามนุษย์โดยไม่มีข้อผิดพลาด และไม่ต้องพักผ่อน

2. พนักงานบริการลูกค้าและ Call Center ระดับพื้นฐาน

ด้วยการพัฒนาของ AI Chatbot และ Voice AI ที่สามารถตอบคำถาม ประมวลผลคำสั่ง และแก้ปัญหาเบื้องต้นให้ลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยน้ำเสียงและภาษาที่ เป็นธรรมชาติมากขึ้น ทำให้หลายบริษัทเลือกตัดลดงบประมาณในฝ่ายบริการลูกค้าสัมพันธ์ และใช้ AI เป็นด่านแรกในการรับมือลูกค้าแทน

3. นักเขียนคอนเทนต์เบื้องต้นและนักแปลภาษา (Basic Content Writers & Translators)

บทความประเภทรายงานข่าวสั้น สรุปข้อมูล รายละเอียดสินค้า (Product Description) หรือการแปลภาษาระดับพื้นฐาน ถูก Generative AI ทำได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ส่งผลให้อุตสาหกรรมสื่อและเอเจนซีการตลาดปรับลดตำแหน่งงานสายสร้างสรรค์ระดับเริ่มต้น (Junior) ลงอย่างชัดเจน

4. กราฟิกดีไซเนอร์ระดับเริ่มต้นและนักแต่งภาพ (Junior Graphic Designers)

เครื่องมือสร้างภาพด้วย AI (AI Image Generators) สามารถสร้างสรรค์ภาพประกอบ โลโก้ หรือภาพโฆษณาได้อย่างรวดเร็วตามคำสั่ง (Prompt) แม้ว่างานศิลปะขั้นสูงยังคงต้องการมนุษย์ แต่ตำแหน่งงานปรับแต่งภาพพื้นฐานหรืองานออกแบบตามเทมเพลต กำลังถูกแทนที่อย่างรวดเร็ว

5. พนักงานตรวจทานและตรวจสอบความถูกต้อง (Proofreaders & Basic Quality Control)

งานที่ต้องใช้กฎเกณฑ์ตายตัวในการตรวจเช็ก เช่น การตรวจคำผิด การตรวจสอบรูปแบบเอกสารตามมาตรฐาน หรือการตรวจทานโค้ดคอมพิวเตอร์ระดับเบื้องต้น AI สามารถสแกนและแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากกว่าแรงงานคน

มนุษย์จะรอดอย่างไร? 3 ทักษะสำคัญที่ AI ยังแทนที่ไม่ได้

แม้ตัวเลขความเสี่ยงจะน่ากังวล แต่ эксперตด้านแรงงานระบุว่า AI จะเข้ามาทดแทน “เนื้องานแบบซ้ำๆ” (Routine Tasks) มากกว่าการทดแทนตัวบุคคลทั้งหมด คนทำงานจึงจำเป็นต้องรีบปรับตัว (Reskill & Upskill) โดยเน้นพัฒนาทักษะที่ AI ยังไม่สามารถทำได้ดี ได้แก่:

  • Critical Thinking & Problem Solving: การคิดวิเคราะห์เชิงลึก การตัดสินใจในสถานการณ์ซับซ้อน หรือการแก้ปัญหาที่ไม่เคยมีในระบบข้อมูล

  • Emotional Intelligence & Empathy: ความเข้าใจในอารมณ์ความรู้สึก การเจรจาต่อรอง การทำงานร่วมกับคน และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

  • AI Collaboration Skill: ทักษะการใช้ AI เป็นเครื่องมือ (Prompt Engineering) เพื่อช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น และได้ผลงานที่มีคุณภาพมากกว่าเดิม

สรุปบทบาทของคนทำงานในยุค AI

ความจริงที่คนทำงานยุคนี้ต้องเจอ ไม่ใช่การที่ “AI จะมาแย่งงาน” แต่คือ “คนที่ใช้ AI เป็น จะมาแย่งงานคนที่ใช้ AI ไม่เป็น” ดังนั้น การเปิดรับเทคโนโลยี และพัฒนาตัวเองให้มีทักษะรอบด้านอยู่เสมอ จึงเป็นทางรอดเดียวที่จะทำให้คุณยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*