ค่ำคืนที่สองบนรถตู้ VIP คันเดิมเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับสายฝนที่ยังคงตกโปรยปราย เสียงเครื่องยนต์ทำงานเรียบสนิทขณะที่รถเคลื่อนตัวไปตามทางหลวงสายต่างจังหวัดที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟหน้ารถที่แหวกความมืดไปข้างหน้า
อลิสนั่งเกร็งตัวอยู่บนเบาะแถวเดิม เธอพยายามมุ่งมั่นอยู่กับหน้าจอโน้ตบุ๊กบนตัก ร่างกายถูกปกคลุมด้วยเสื้อหนาวตัวหนาที่เธอเตรียมมาจากบ้านเพื่อป้องกันตัวเอง ไม่เปิดโอกาสให้เขาใช้มุกยื่นเสื้อสูทให้อีกเป็นครั้งที่สอง
ทว่า ‘ภีม’ กลับไม่ได้นั่งอยู่อีกฝั่งเหมือนเมื่อคืน เขาย้ายมานั่งลงข้างเธอตั้งแต่รถเริ่มเคลื่อนตัวออกจากกรุงเทพฯ เอกสารสัญญาฉบับสำคัญถูกวางลงบนโต๊ะพับตรงหน้า
“ยังเกร็งไม่เลิกอีกนะ” ภีมเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากเอกสาร น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความขี้เล่นที่ไม่เคยมีใครในบริษัทได้ยิน
“ฉันกำลังทำงานค่ะคุณภีม” อลิสตอบเสียงแข็ง พยายามจดจ่อกับตัวเลขในหน้าจอ
“งั้นก็ทำไปสิ… ฉันแค่จะบอกว่า ที่ฉันบีบให้เธอมาทริปนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวอย่างที่คุณคิดหรอกนะ”
คำพูดของเขาทำให้อลิสชะงัก นิ้วเรียวที่กำลังพิมพ์งานหยุดลง เธอเบือนหน้ามามองเขาด้วยความสงสัย
ภีมถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปุ่มปิดไฟส่องสว่างบนหลังขารถตู้ ปล่อยให้ภายในห้องโดยสารตกอยู่ในความสลัว มีเพียงแสงไฟสีส้มวูบวาบจากเสาไฟฟ้าข้างทางที่ลอดผ่านกระจกเข้ามา เขาเอนหลังพิงเบาะด้วยท่าทีอิดโรยที่อลิสไม่เคยเห็นมาก่อน ใบหน้าคมคายฉายแววเครียดขรึมอย่างจริงจัง
“บอร์ดบริหารกำลังจะลงมติถอดถอนฉันในเดือนหน้า” เขาเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“อะไรนะคะ? คุณภีมเนี่ยนะ…” อลิสตื่นตระหนก เบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหู
“ใช่… มีคนในพยายามปล่อยข่าวลือเรื่องไซฟอนเงินโครงการใหม่ และโหวตบอร์ดกำลังสั่นคลอน” ภีมเบือนสายตามามองเธอ ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะป้องกันตัวละลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนแอและความจริงใจ “ในบริษัทตอนนี้… ฉันเชื่อใจใครไม่ได้เลยสักคน แม้แต่หัวหน้าแผนกของเธอ ทุกคนพร้อมจะแทงข้างหลังฉันเพื่อผลประโยชน์”
ความจริงข้อนี้เหมือนคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดใส่หัวใจของอลิส เธอทำงานกับเขามาสองปี รู้ดีว่าเขาเป็นคนทุ่มเทและรักบริษัทนี้มากแค่ไหน ความรู้สึกระแวงและอคติในใจของเธอเริ่มพังทลายลง เปลี่ยนเป็นความสงสารและความเข้าใจ
“แล้ว… ทำไมถึงเป็นฉันคะ?” เธอถามเสียงแผ่ว
“เพราะเธอเป๊ะ เธอไม่เคยโกหก และเธอเป็นคนเดียวที่ไม่เคยพยายามเข้าหาฉันเพื่อผลประโยชน์” ภีมขยับตัวเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ “บนรถคันนี้… มันคือพื้นที่เดียวที่ไม่มีสายสืบของใคร และเธอคือคนเดียวที่ฉันไว้ใจที่สุด อลิส”
คำว่า ‘ไว้ใจที่สุด’ และสายตาที่อบอุ่นไหวระริกของเขา ทำลายปราการกักขังหัวใจของอลิสจนหมดสิ้น กฎเหล็กเรื่องไม่ยุ่งกับเจ้านายกลายเป็นเพียงฝุ่นผงเมื่อเทียบกับความรู้สึกของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
“คุณภีม…”
ภีมยื่นมือไปกุมมือบางของอลิสไว้ ครั้งนี้เธอไม่ได้ถอยหนีหรือขยับออก เขากระชับฝ่ามือแน่นขึ้น ค่อยๆ ใช้นิ้วเรียวยาวสอดประสานกับนิ้วของเธอ ความร้อนจากฝ่ามือและสัมผัสลึกซึ้งทำให้อุณหภูมิในห้องโดยสารกลับมาอบอุ่นและร้อนผ่าวอีกครั้ง
“ฉันไม่อยากเป็นแค่เจ้านายของเธออีกต่อไปแล้ว อลิส”
เสียงทุ้มพร่ากระซิบข้างใบหู ก่อนที่ภีมจะโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากหยักได้รูปประทับจูบลงบนริมฝีปากบางของเธออย่างนุ่มนวลและลึกซึ้ง อลิสหลับตาลง รับสัมผัสเร่าร้อนที่แฝงไปด้วยความโหยหาและอารมณ์ที่ถูกกดทับมานาน ร่างกายของเธอตอบรับสัมผัสของเขาอย่างพลั้งเผลอ
สัมผัสวาบหวามบนเบาะหลังรถตู้ VIP ในคืนนี้ ไร้ซึ่งความลังเลหรือขอบเขตของ ‘เจ้านายและลูกน้อง’ อีกต่อไป มีเพียงชายหญิงสองคนที่ยอมปล่อยใจให้ดึงดูดเข้าหากันในความมืดมิด… ข้ามผ่านเส้นแบ่งความสัมพันธ์ไปอย่างสมบูรณ์แบบ
