เสียงหยดน้ำฝนขนาดใหญ่ตกกระทบหลังคารถตู้ VIP ดัง ซ่า… ซ่า… อย่างไม่ขาดสาย ราวกับฟ้าจะถล่มลงมาในคืนนี้
กระจกบานหนาของตัวรถถูกปกคลุมไปด้วยละอองน้ำจนมองไม่เห็นทัศนวิสัยภายนอก มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากปั๊มน้ำมันร้างข้างทางที่ส่องเข้ามาวูบวาบตามแรงลม
“คุณภีมครับ ฝนตกหนักมากจนมองไม่เห็นทางข้างหน้าเลยครับ แถวนี้ค่อนข้างเปลี่ยวและเป็นทางขึ้นเขา ผมขออนุญาตจอดพักในจุดพักรถตรงนี้สักครู่ รอให้ฝนซาลงหน่อยนะครับ”
เสียงของลุงชัย คนขับรถวัยกลางคนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรงใจจากเบาะหน้า
“ตามสบายครับลุงชัย ปลอดภัยไว้ก่อน”
‘ภีม’ รองประธานบริหารหนุ่มวัย 32 ปี ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เรียบเฉย และทรงอำนาจตามแบบฉบับของเขา เขาอยู่ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มไร้รอยยับ ใบหน้าคมคายสันง้ำและสายตาเย็นชาที่มักจะทำให้พนักงานทุกคนในบริษัทต้องก้มหน้าหลบเสมอเมื่อเขาเดินผ่าน
‘อลิส’ เลขาสาววัย 26 ปีที่นั่งอยู่เบาะแถวถัดมา ถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอพยายามขยับตัวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง ร่างบางในชุดเดรสทำงานทรงสุภาพเริ่มสั่นสะท้านขึ้นมาน้อยๆ
อุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศในรถตู้ VIP คันใหญ่เย็นจัดจนลามไปถึงปลายมือปลายเท้า เธอขยับแขนเข้าหากัน นวดเบาๆ ที่ต้นแขนเพื่อคลายความหนาว แต่ก็ต้องเกร็งตัวไว้เพราะกลัวจะเสียกิริยาต่อหน้าเจ้านายสุดเนียบ
“หนาวเหรอ?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากเบาะข้างๆ พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ที่ขยับเข้ามาใกล้โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว
“คะ… คุณภีม?”
อลิสเบิ่งตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าภีมขยับย้ายจากเบาะส่วนตัวแถวหน้า มานั่งลงบนเบาะหลังยาวตัวเดียวกับเธอ กลิ่นหอมนุ่มลึกของน้ำหอมเปลือกไม้ราคาแพงผสมกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณเบาะหลังในทันที
ยังไม่ทันที่เธอจะเสนอตัวขยับหนี เสื้อสูทตัวนอกเนื้อผ้าตัดเย็บอย่างดีที่ยังคงหลงเหลือความอุ่นจากร่างกายของเขาก็ถูกคลุมลงมาบนไหล่บางของเธออย่างเบามือ
“ใส่ไว้สิ หน้าเธอซีดหมดแล้ว” เขาพูดโดยไม่มองหน้าเธอ มือเรียวยาวสวมนาฬิกาเรือนหรูหยิบแท็บเล็ตและเอกสารการประชุมขึ้นมาเปิดดู
“ขอบคุณค่ะคุณภีม…”
อลิสเอ่ยเสียงแผ่ว กระชับปกเสื้อสูทเข้าหากัน กลิ่นกายของภีมที่ตกค้างอยู่บนเสื้อสูทมันช่างเข้มข้นและโอบล้อมเธอไว้จนหัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นผิดจังหวะ
ความเงียบปกคลุมเบาะหลังอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนตกกระทบกระจกข้างนอก และเสียงลมหายใจของคนสองคนที่นั่งห่างกันไม่ถึงครึ่งฟุต ลุงชัยที่เบาะหน้าปรับเบาะเอนนอนและใส่หูฟังหลับไปแล้ว ทำให้พื้นที่เบาะหลังนี้กลายเป็นโลกส่วนตัวเล็กๆ ของพวกเขาสองคนโดยสมบูรณ์
“อลิส… ขอเอกสารงบประมาณโครงการที่อุบลฯ หน่อย”
“เอ่อ… ได้ค่ะ”
อลิสรีบก้มลงเปิดกระเป๋าทำงาน หยิบแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำออกมา ด้วยความเร่งรีบและพื้นที่ในรถที่จำกัด จังหวะที่เธอยื่นแฟ้มส่งให้เขา ปลายนิ้วเรียวบางของเธอจึงบดเบียดและสัมผัสเข้ากับฝ่ามือใหญ่และร้อนผ่าวของภีมโดยไม่ได้ตั้งใจ
กึก!
สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาเหมือนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่วิ่งแล่นผ่านผิวหนังของเธอ อลิสชะงักกึก พยายามจะชักมือกลับด้วยความตกใจ แต่ทว่า… ฝ่ามือใหญ่ของภีมกลับไม่ยอมปล่อย เขาฉวยโอกาสนั้นรวบจับข้อมือเล็กของเธอไว้หลวมๆ
“ค่านิยมของเธอคือความเป๊ะตลอดเวลาไม่ใช่เหรอ อลิส?” ภีมค่อยๆ เบือนหน้ามามองเธอ ดวงตาคู่คมกริบที่เคยเย็นชา บัดนี้กลับฉายแวววาววับและลึกลับภายใต้แสงไฟสลัว
“คฤ… คุณภีมคะ จะ ทำอะไรคะ…” เสียงของเลขา สาวขาดหายไปในลำคอ เมื่อเขาเริ่มขยับตัวเข้าใกล้จนระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร
ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดพร่าอยู่ข้างแก้มเนียน ความตึงเครียดอันน่าประหลาดผสมผสานกับแรงปรารถนาที่ซ่อนลึกเริ่มเข้าครอบงำบรรยากาศเบาะหลังรถตู้คันนี้ อุณหภูมิแอร์ที่เคยหนาวสั่น กลับกลายเป็นความร้อนผ่าวจนอลิสรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ทัน
“ขอบเขตของลูกน้องกับเจ้านาย…” ภีมกระซิบเสียงทุ้มพร่าข้างใบหูของเธอ ปลายจมูกโด่งสันแทบจะแตะลงบนแก้มใส “…บนรถคันนี้ มันอาจจะไม่เหมือนในห้องทำงานนะ อลิส”
