พลังงานและโภคภัณฑ์ป่วน – น้ำมันดิบทรงตัวสูงเหนือ 90 ดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่กำลังส่งผลกระทบต่อกระเป๋าเงินของคนทั่วโลก และเป็นตัวแปรหลักของตลาดหุ้นในขณะนี้ คือ “ราคาน้ำมัน” ค่ะ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานทั่วโลกกำลังเข้าสู่ภาวะผันผวนระลอกใหม่ เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทรงตัวอยู่ในระดับสูงเกินกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างต่อเนื่อง คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกับอุปทานน้ำมันโลก และสถานการณ์นี้จะลากยาวไปถึงเมื่อไหร่?

สรุปราคาพลังงานและตัวเลขโภคภัณฑ์สำคัญ

สินค้าโภคภัณฑ์ราคาซื้อขายล่าสุดแนวโน้มและปัจจัยกระทบWTI Crude Futures~$92.46 / บาร์เรลมาตรการจำกัดการส่งออกและอุปทานตึงตัวBrent Crude Futures>$102.00 / บาร์เรลทรงตัวสูงจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์US 10-Year Bond Yield~5.24%ผันผวนตามแนวโน้มเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย

ตัวเลขล่าสุดระบุว่า ราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 92.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ตลาดลอนดอน ทะยานข้ามระดับ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปแล้ว สาเหตุหลักไม่ได้มาจากฝั่งความต้องการใช้เพียงอย่างเดียว แต่มาจากการปรับลดกำลังการผลิตและมาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันดิบในกลุ่มประเทศผู้ผลิต รวมถึงปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่มีท่าทีจะคลี่คลาย

การที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงและค้างอยู่ในระดับนี้นานๆ ส่งผลกระทบเป็นโดมิโนครับ เริ่มจากต้นทุนการขนส่งสินค้าทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ตามมาด้วยราคาอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งสุดท้ายแล้วมันคือการจุดชนวน “อัตราเงินเฟ้อ” รอบใหม่ให้กลับมาพุ่งสูงขึ้น และเมื่อเงินเฟ้อไม่ลดลง ธนาคารกลางต่างๆ นำโดย Fed ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานขึ้น (Higher for longer) ซึ่งส่งผลกระทบต่อบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีที่พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ราว 5.24% ในปัจจุบัน

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศนำเข้าพลังงานรายใหญ่ สถานการณ์นี้นับเป็นโจทย์หินของทั้งภาครัฐและภาคประชาชน เพราะการพยุงราคาน้ำมันในประเทศต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันมหาศาล คำแนะนำสำหรับนักลงทุนในระยะนี้ คือการเพิ่มความระมัดระวังในหุ้นกลุ่มที่อิงกับต้นทุนขนส่ง และอาจพิจารณาเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำเพื่อเป็นกองกำลังป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อค่ะ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*