แสงแดดยามเช้าลอดผ่านกระจกบานใหญ่ของตึกสูงใจกลางเมือง กรุงเทพฯ กลับสู่สภาวะปกติหลังจากพายุเมื่อคืนวาน เช่นเดียวกับชีวิตของอลิสที่ควรจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ… หากไม่นับความจริงที่ว่า หัวใจของเธอยังคงเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์บนรถตู้คันนั้น
อลิสยืนปรับลมหายใจอยู่หน้าประตูห้องทำงานรองประธานบริหาร เธออยู่ในชุดทำงานกระโปรงทรงเอสีเข้ม เสื้อเชิ้ตสีขาวติดกระดุมเรียบร้อยจนถึงเม็ดบนสุด เพื่อย้ำเตือนตัวเองถึงกฎเหล็กข้อสำคัญที่สุดในชีวิต
‘ไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนในที่ทำงาน โดยเฉพาะเจ้านาย’
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตค่ะคุณภีม แฟ้มสรุปการประชุมเมื่อเช้าค่ะ”
อลิสดันประตูเข้าไปด้วยท่วงท่าเป๊ะปังเช่นเคย เธอก้าวเดินอย่างมั่นคง นำแฟ้มไปวางลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี โดยพยายามไม่สบตากับชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะ
“วางไว้ตรงนั้นแหละ” เสียงทุ้มราบเรียบเอ่ยขึ้น
ภีมในวันนี้ยังคงเป็นรองประธานผู้สูงสง่าและเย็นชา ผมทรงสลิคแบ็กเนียบกริบ สูทสั่งตัดเนื้อดีสีน้ำเงินเข้มไร้รอยยับ ราวกับชายหนุ่มที่ประชิดตัวเธอในเงามืดเมื่อคืนนั้นเป็นเพียงภาพหลอนที่เธอคิดไปเอง
อลิสแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ‘ดีแล้ว ทำเป็นลืมๆ มันไปซะ’ เธอคิดในใจก่อนจะเอ่ยปาก “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวไปจัดการงานต่อนะคะ—”
“เดี๋ยว…”
เสียงเข้มข้นดึงเธอไว้ อลิสชะงักเท้า ภีมวางปากกาลงบนโต๊ะ slowly ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเธอ สายตาคู่คมกริบนั้นไร้ซึ่งความรวดเร็ว แต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด เขาไม่ได้มองเธอด้วยสายตาของเจ้านายมองลูกน้องเหมือนทุกวัน แต่เป็นสายตาของ ‘ผู้ชาย’ ที่กำลังจับจ้อง ‘หญิงสาว’
“ปิดประตูด้วย อลิส”
หัวใจของเลขาสาวกระตุกวูบ เธอหันกลับไปล็อกประตูตามคำสั่งเบาๆ ชั่ววินาทีที่เสียงลูกบิดดัง แกร๊ก บรรยากาศในห้องทำงานกว้างใหญ่ก็พลันอึดอัดและตึงเครียดขึ้นมาทันที
“รายงานงบประมาณโครงการภาคใต้ ทำไมต้องให้แผนกการเงินแก้ใหม่?” ภีมถามลอยๆ ขณะลุกขึ้นจากเก้าอี้ก้าวเดินตรงมาหาเธอ
“เอ่อ… เพราะตัวเลขคาดการณ์ในไตรมาสสามยังไม่ตรงกับความเป็นจริงค่ะ ฉันเลยส่งกลับไป—”
อลิสพูดไม่ทันจบประโยค ร่างสูงใหญ่ของภีมก็หยุดลงตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงก้าวเดียวทำให้กลิ่นน้ำอมเปลือกไม้เฉพาะตัวของเขาลอยเข้ากระทบจมูก มันคือกลิ่นเดียวกับที่ติดอยู่บนเสื้อสูทตัวนั้น คืนนั้น…
“คุยเรื่องงาน มองหน้าฉันสิ” เขาเอ่ยเสียงนุ่ม แต่ทรงพลังบังคับ
อลิสฝืนใจเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ความร้อนผ่าวไล่ขึ้นมาจากลำคอถึงใบหน้าอย่างห้ามไม่ได้ สายตาของภีมกวาดมองริมฝีปากบางของเธอชั่วครู่ ก่อนจะสบตาเธอนิ่ง
“คุณภีมคะ นี่ในห้องทำงาน…” เธอเตือนเสียงแผ่ว พยายามก้าวถอยหลัง แต่หลังของเธอกลับชนเข้ากับบานประตูที่ปิดสนิท
“ฉันรู้” ภีมยกมือขึ้นข้างหนึ่ง ปลายสวมนาฬิกาหรูยื่นมาแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตของเธอตรงตำแหน่งกระดุมเม็ดบน “แต่ดูเหมือนเธอจะเกร็งเกินไปนะ อลิส… ตั้งแต่กลับมาถึงออฟฟิศ เธอหลบตาฉันไปแล้วหกครั้ง”
“ฉันเปล่าค่ะ” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่หัวใจเต้นระสับระวาง “ฉันแค่กำลังเน้นเรื่องงาน และฉันคิดว่าเรื่องเมื่อคืน… มันเป็นแค่ความผิดพลาดเพราะบรรยากาศพาไป เราควรลืมมันซะค่ะ”
ภีมแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่หาดูได้ยาก เขาเอียงหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะแตะใบหูของเธอ
“ผิดพลาดเหรอ? แต่ฉันว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่สุดในรอบปีเลยนะ” เสียงทุ้มกระซิบพร่า “และถ้าเธอคิดจะลืม… ฉันคงต้องเสียใจด้วย เพราะพรุ่งนี้เรามีเดินทางไปตรวจงานต่างจังหวัดอีกรอบ”
อลิสตากว้าง เบิกมองเขาด้วยความตกใจ “อีกแล้วเหรอคะ? แต่ตามตารางสัปดาห์นี้ไม่มี—”
“ฉันเพิ่งเพิ่มเข้าไปเมื่อกี้” ภีมละมือออกจากปกเสื้อเธอ ขยับถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว ท่าทีกลับมาสงบนิ่งเป็นเจ้านายผู้ทรงอำนาจตามเดิม “และใช้รถตู้ VIP คันเดิม คนขับคนเดิม… ออกเดินทางตอนสองทุ่ม”
“คุณภีม!”
“เตรียมเอกสารให้พร้อมด้วยครับ คุณเลขา” เขาเอ่ยสรุปด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว
อลิสยืนกำมือแน่น ความรู้สึกสับสน ตื่นเต้น และหวาดกลัวตีรวนอยู่ในอก การต้องกลับไปอยู่ในพื้นที่จำกัดบนเบาะหลังรถตู้คันนั้นกับเขาอีกครั้ง… กฎเหล็กที่เธอเคยตั้งไว้ กำลังจะถูกผู้ชายคนนี้สั่นคลอนจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
