สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่สรุปบทวิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ไตรมาสที่ 3 ในรูปแบบเสียงอ่านสำหรับฟังระหว่างขับรถครับ
ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและปัจจัยแวดล้อม ในช่วงไตรมาสที่ 3 นี้ เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวชั่วคราวตามภาวะ U-shape ก่อนที่จะเริ่มเห็นการฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี แม้ว่าก่อนหน้านี้ตลาดจะเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูงราว 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 4.4 ถึง 4.5% และความไม่แน่นอนทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed แต่บรรยากาศการลงทุนเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายลง จากความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านภายใต้กรอบ MOU 60 วัน ปัจจัยนี้ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อฝั่งพลังงาน และส่งผลให้เริ่มเห็นกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายออกจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เข้าสู่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วยครับ
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยและเป้าหมายดัชนี SET สำหรับเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ยังคงมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาคเอกชนที่เร่งตัวขึ้นตั้งแต่ไตรมาสแรก โดยคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปีนี้จะอยู่ในกรอบ 1.6 ถึง 1.8% โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากมาตรการกระตุ้นทางการคลังของภาครัฐวงเงิน 4 แสนล้านบาท
ในส่วนของเป้าหมายดัชนี SET Index สำนักวิจัย InnovestX ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายขึ้นสู่ระดับ 1,550 ถึง 1,600 จุด โดยประเมินจุดเข้าซื้อสะสมที่ได้เปรียบเมื่อตลาดปรับฐานไว้ที่ระดับ 1,500 จุด ทางด้าน บล. กรุงศรี (KSS) คาดการณ์ว่าดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวขึ้น โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,567 และ 1,545 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,627 และ 1,640 จุด ขณะที่ บล. เมย์แบงก์ ให้มุมมองระดับปานกลาง โดยประเมินเป้าหมาย SET ไว้ที่ 1,550 จุด ทั้งนี้ ในเชิงสถิติตลาดหุ้นไทยในไตรมาสที่ 3 มักจะพลิกกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่ง โดยมีโอกาสสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยราว 8% จากจุดต่ำสุดในช่วงปลายเดือนมิถุนายนครับ
ธีมการลงทุนและหุ้นเด่นประจำไตรมาส 3 กลยุทธ์การลงทุนในไตรมาสนี้ แนะนำเน้นการคัดเลือกหุ้นเป็นรายตัวตาม 4 ธีมหลัก ดังนี้ครับ:
ธีมการบริโภคและการท่องเที่ยวในประเทศ: ได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ หุ้นเด่น ได้แก่ CPALL, CPN, GLOBAL, BEM, TRUE, CENTEL, ERW, BA และ AOT
ธีมนิคมอุตสาหกรรม พลังงานสะอาด และ Data Center: รองรับเมกะเทรนด์การย้ายฐานการผลิต ซึ่งล่าสุดมียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน BOI ในกลุ่ม Data Center พุ่งทะลุ 1 ล้านล้านบาท หุ้นเด่น ได้แก่ WHA, AMATA, GULF, GPSC และ BGRIM
ธีมหุ้นปันผลสูง: เพื่อสร้างกระแสเงินสดและเป็นหลุมหลบภัยในช่วงที่ตลาดผันผวน หุ้นเด่น ได้แก่ BBL, KTB, PTT, AP และ FTREIT
ธีมหุ้นคุณภาพที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว: ได้แก่ กลุ่มไฟแนนซ์ ชู TIDLOR ที่มีคุณภาพสินเชื่อแข็งแกร่ง และกลุ่มโรงพยาบาล ได้แก่ BH และ CHG ที่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์
🚗 ขับรถปลอดภัย และขอให้ประสบความสำเร็จในการลงทุนทุกท่านครับ! หากต้องการฟังข้อมูลเจาะลึกเพิ่มเติมในกลุ่มอุตสาหกรรมไหน แจ้งได้เลยนะครับ