มหาสงครามชิงบัลลังก์เวทมนตร์ บทที่ 7: ความจริงใต้ผืนน้ำ

ละอองแสงสีเงินละมุนละไมอันเกิดจากการสละชีพของสิริน ยังคงล่องลอยสว่างไสวอยู่ในม่านหมอกดำที่ปกคลุมเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา มันคือแสงสุดท้ายที่เปิดทางแหวกเกราะอาคมโลหิตชั้นนอกสุดออกเป็นช่องทางเดิน

เบื้องหน้าของเขา ห่างออกไปกลางลำน้ำ แท่น บัลลังก์เวทมนตร์โบราณ ขนาดมหึมาที่เคยจมอยู่นานนับพันปี ได้ผุดขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ มันคือศิลาแท่นหินทรงแปดเหลี่ยมสลักลวดลายพญานาคและอักขระสุวรรณภูมิโบราณ ส่องออร่าสีม่วงดำคุกรุ่น

ร่างของ ภพ ยืนรออยู่บนแท่นหินกว้างของบัลลังก์ ปลายคทาหงส์สีทองในมือจ่อตรงไปยังเส้นสายพลังงานของบัลลังก์โบราณ

“อุตส่าห์แหวกเกราะเข้ามาได้…” เสียงของภพก้องกังวานมาจากทุกทิศทาง “อีกเพียงนิดเดียว… พลังงานทั้งหมดของสุวรรณภูมิจะตกเป็นของฉัน และฉันจะได้กลายเป็นเทพแห่งเวทมนตร์ผู้ปกครองแผ่นดินนี้อย่างแท้จริง!”

“ภพ!”

เสียงของธันวาดังแทรกสายลมแรง ธันวาพุ่งตัวแหวกม่านหมอกดำ กระโดดขึ้นไปประจัญหน้ากับภพบนลานหินกว้างของบัลลังก์โบราณ ปลายคทาแห่งศูนย์ตาชี้ตรงไปที่หน้าของอดีตผู้นำสภาจอมเวท

“แกต้องแลกด้วยกี่ชีวิตถึงจะพอใจ?!” ธันวาเค้นเสียงถามด้วยความโกรธแค้น “สิริน… เหล่าจอมเวท… และประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งเมือง! แกทำลายชีวิตพวกเขาเพียงเพื่อความบ้าอำนาจของแกเองเนี่ยนะ?!”

ภพค่อยๆ หันมามองธันวา รอยยิ้มเย้ยหยันยกขึ้นที่มุมปาก “เด็กน้อยเอ๋ย… เจ้ายังอ่อนหัดนัก มนุษย์ธรรมดาเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่เปราะบางและสั้นนัก การสละชีวิตของคนไม่กี่หมื่นคน เพื่อแลกกับการสร้างอาณาจักรเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่และเป็นอมตะ มันคือราคาที่แสนจะถูก!”

“งั้นแกก็ลงไปชดใช้กรรมใน hell ซะ!”

ธันวาไม่เสียเวลาฟังอีกต่อไป เขาสบัดคทาแห่งศูนย์ตาออกไปเบื้องหน้า!

วูบ!

วงคลื่นความว่างเปล่าสีดำทองระเบิดออก พุ่งตรงเข้าใส่ภพหมายจะสลายพิธีสืบทอดและร่างของภพให้สิ้นซาก!

แต่ทว่า… ภพกลับไม่ได้หลบเลี่ยง เขายกมือซ้ายขึ้นร่ายคาถาเบาๆ

“ศาสตราวุธโลหิต: ดาบศิลาอาถรรพ์!”

สายน้ำสีเลือดใต้แท่นบัลลังก์ทะลักขึ้นมากระจายกลางอากาศ ควบแน่นกลายเป็น ดาบยักษ์สีแดงฉาน สี่เล่มที่หมุนวนรอบตัวภพ ดาบเหล่านั้นไม่ได้ถูกสร้างจากเวทมนตร์บริสุทธิ์ แต่ถูกหล่อเลี้ยงด้วย “พลังชีวิตบริสุทธิ์” ของคนทั้งเมืองที่ภพสูบขึ้นมา!

ตึง!

คลื่นความว่างเปล่าของธันวาปะทะเข้ากับดาบโลหิต แต่ดาบเหล่านั้นกลับไม่สลายหายไป! แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้ธันวาต้องกระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร

“ฮ่าฮ่าฮ่า!” ภพหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง “คิดว่าฉันไม่รู้หรืออย่างไรว่าพลังศูนย์ตาของตระกูลเจ้ามีจุดอ่อนอะไร?! พลังศูนย์ตาสลายได้เพียง ‘กฎแห่งเวทมนตร์’ แต่ไม่อาจสลาย ‘พลังชีวิตบริสุทธิ์’ ของมนุษย์ได้! และดาบโลหิตพวกนี้… ก็หล่อเลี้ยงด้วยพลังชีวิตของคนทั้งเมืองที่เจ้าพยายามจะปกป้องยังไงล่ะ!”

ธันวาตาเบิ่งกว้างด้วยความตกตะลึง ‘มันใช้ชีวิตของคนบริสุทธิ์มาเป็นเกราะและอาวุธ!’

“ตายซะ!” ภพเหวี่ยงมือลง ดาบโลหิตสองเล่มพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ธันวาด้วยความเร็วเหนือเสียง!

ธันวากัดฟันแน่น หมุนตัวใช้คทาแห่งศูนย์ตารับการโจมตี เสียงโลหะและพลังงานปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วแม่น้ำเจ้าพระยา ธันวาถูกกดดันจนต้องถอยร่นไปติดขอบลานหิน ร่างกายของเขาเริ่มมีรอยแผลถูกคมดาบโลหิตถากจนเลือดแดงสดไหลซึมออกมา

‘ต้องหาทางสลายโครงสร้างเวทมนตร์ที่บงการดาบพวกนี้… ไม่ใช่สลายที่ตัวดาบ!’ ธันวานึกถึงคำสอนของเมฆในบางกระเจ้า ‘จ้องมองเห็นมันเป็นเพียงเส้นสายพลังงานที่ยืมมา’

ธันวาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพ่งจิตมองผ่านมวลเลือดสีแดง มองเห็น “เส้นสายอาคมสีม่วง” เล็กๆ ที่ภพใช้เชื่อมต่อและควบคุมดาบโลหิตเหล่านั้น

“เห็นแล้ว!” ธันวาตะโกนสุดเสียง

เขาไม่รั้งรอให้ภพตั้งตัว สะบัดคทาแห่งศูนย์ตาตัดผ่านอากาศเป็นวงกลม คลื่นความว่างเปล่าไม่ได้พุ่งใส่ดาบ แต่พุ่งตัดตรงเข้าระหว่างเส้นสายอาคมสีม่วงกลางอากาศ!

ฉับ!

เส้นเชื่อมต่ออาคมถูกตัดขาดทันที! ดาบโลหิตยักษ์สี่เล่มพลันสูญเสียการควบคุม สลายตัวกลายเป็นหยดน้ำร่วงตกลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา!

“อะไรนะ?!” ภพสีหน้าเปลี่ยนไปเป็นครั้งแรก

“สลายไปซะ!” ธันวาฉวยโอกาสนั้น พุ่งตัวด้วยความเร็วสูงสุดข้ามลานหิน ชูคทาแห่งศูนย์ตาในมือหมายจะแทงเข้าที่หัวใจของภพ!

แต่ในวินาทีที่ธันวาคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายชนะนั่นเอง… ภพกลับแย้มยิ้มออกมาด้วยความเหี้ยมโหดและเล่ห์เหลี่ยมสุดแสนจะสยดสยอง!

“เจ้าตกติดกับฉันแล้ว… เด็กน้อย”

หมับ!

มือซ้ายของภพยื่นออกมาสแน็บข้อมือขวาของธันวาไว้แน่นดั่งคีมเหล็ก! ไออาคมโลหิตสีดำทะลักออกมาจากฝ่ามือของภพ ซึ่งผ่านเข้าสู่บาดแผลบนแขนขวาของธันวาโดยตรง!

“อ๊ากกกกกก!” ธันวาร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส พลังศูนย์ตาและคทาในมือของเขาดับแสงลงในพริบตา ร่างกายของเขาสูญเสียพลังงานชีวิตทั้งหมด ทรุดลงคุกเข่ากับพื้นปูนของบัลลังก์อย่างหมดสภาพ

ภพยิ้มอย่างบ้าคลั่ง มองดูผลึกกุญแจสีทองที่หลอมรวมกับคทาของตน บัลลังก์เวทมนตร์โบราณใต้เท้าพลันส่งเสียงคำรามและส่องแสงสีม่วงดำสว่างจ้าทะลุฟ้า! ผนึกสุดท้ายของบัลลังก์ถูกเปิดออกอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!

“ขอบใจมากนะ กุญแจไร้ค่า…” ภพมองลงมายังธันวาที่นอนหอบหายใจโรยแรงอยู่บนพื้น ด้วยสายตาของฆาตกรที่ไร้ความเมตตา

ภพชู ดาบอาคมโลหิตสั้น ในมือขวาขึ้นสูง…

“หมดหน้าที่ของเจ้าแล้ว จงไปลงนรกพร้อมกับความล้มเหลวของเจ้าซะ!”

ฉึก!

คมดาบอาคมโลหิตสีดำสั้น แทงตรงเข้าสู่อกซ้าย ของธันวาอย่างเหี้ยมโหด! เลือดสีแดงสดทะลักออกจากอกของเด็กหนุ่ม กระเซ็นเปรอะแท่นบัลลังก์หินโบราณ ดวงตาของธันวาเบิ่งกว้างด้วยความเจ็บปวดและความตกใจ ลมหายใจของเขาหยุดสะดุดลง ความอบอุ่นในร่างกายค่อยๆ ดับสูญไปทีละน้อย…

“ธันวา!” “ธันวา!” “ธันวา!” เสียงเมฆตะโกนลั่นด้วยความสะเทือนใจสุดขีด

ภพยิ้มอย่างสะใจ ถอนดาบออก แล้วเตะร่างไร้สติของธันวาร่วงลงจากแท่นบัลลังก์ ดำดิ่งลงสู่ห้วงลึกของแม่น้ำเจ้าพระยาที่มืดมิด!

ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครระเบิดออกเป็นแสงสีม่วงดำแห่งวันสิ้นโลก!