กระทรวงการคลัง ออกประกาศย้ำเตือนประชาชนผู้ได้รับสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ รอบปี 2569 ต้องดำเนินการ “ยืนยันตัวตน” (e-KYC) ให้เสร็จสมบูรณ์ตามช่องทางที่กำหนด จึงจะสามารถเริ่มใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชนสมาร์ทการ์ดได้ พร้อมเผยขั้นตอนการทำรายการอย่างครบถ้วน
โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ประจำปี 2569 ว่า สำหรับผู้ลงทะเบียนที่ได้รับการประกาศรายชื่อว่า “ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ” สิ่งสำคัญที่ต้องรีบดำเนินการทันทีคือการเข้ารับการ ยืนยันตัวตน (e-KYC) เพื่อผูกสิทธิเข้ากับระบบสวัสดิการแห่งรัฐ มิฉะนั้นจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการตามวงเงินที่รัฐจัดสรรให้ได้
3 ช่องทางหลักในการยืนยันตัวตน (e-KYC)
ผู้ผ่านเกณฑ์สามารถนำ “บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด” (ที่ยังไม่หมดอายุ) ไปยืนยันตัวตนได้ที่จุดบริการ 3 ธนาคารของรัฐ ได้แก่:
-
ธนาคารกรุงไทย (ทุกสาขา หรือจุดบริการเครื่อง ATM สีเทาที่รองรับ e-KYC)
-
ธนาคารออมสิน (ทุกสาขา)
-
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) (ทุกสาขา)
หมายเหตุ: ผู้ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว ต้องรอผลการตรวจสอบการสแกนใบหน้าภายใน 1–2 วันทำการ จึงจะเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการได้ตามวงรอบที่กระทรวงการคลังกำหนด
เช็กลิสต์สำคัญ! เอกสารที่ต้องเตรียมและกรณีมอบอำนาจ
-
กรณีเดินทางไปได้ด้วยตนเอง: ใช้เพียง บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ใบเดียวเท่านั้น
-
กรณีผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ (มอบอำนาจ):
-
บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ได้รับสิทธิ (ผู้มอบอำนาจ)
-
หนังสือมอบอำนาจตามแบบฟอร์มของโครงการ
-
บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
-
สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี)
-
กระทรวงการคลังเน้นย้ำเพิ่มเติมว่า ผู้ได้รับสิทธิทุกคนควรดำเนินการผูก พร้อมเพย์ (PromptPay) กับเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก กับธนาคารใดก็ได้ไว้ด้วย เพื่อรองรับการรับเงินสวัสดิการย่อยอื่นๆ หรือมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมจากภาครัฐในอนาคต
แท็ก (Tags): #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #บัตรคนจน #ยืนยันตัวตน #eKYC #siam2variety #ข่าววันนี้ #กระทรวงการคลัง
Leave a Reply