มหาสงครามชิงบัลลังก์เวทมนตร์ บทที่ 9: สงครามล้างบัลลังก์

วงเวทศูนย์ตาสีทองคำขนาดมหึมารัศมีหลายกิโลเมตรแผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา สายน้ำที่เคยเป็นสีเลือดข้นคล้ำบัดนี้ใสสะอาดบริสุทธิ์ในพริบตา!

ตูม

เสาน้ำสีทองสว่างจ้าขนาดมหึมาพุ่งทะยานขึ้นจากใจกลางแม่น้ำเจ้าพระยาทะลุขึ้นสู่ท้องฟ้า! แรงกระแทกของเสาน้ำส่งผลให้หมอกเวทมนตร์สีดำอมม่วงบนฟ้าฉีกขาดออกเป็นรูขนาดใหญ่ แสงอาทิตย์และแสงดาวบริสุทธิ์พุ่งลอดผ่านลงมาสู่เมืองหลวงอีกครั้ง!

และใจกลางเสาน้ำสีทองนั้น… ร่างของ ธันวา ค่อยๆ ลอยตัวขึ้นมาอย่างสง่างาม!

เขาสวมเสื้อคลุมสีขาวทองโบราณที่ถักทอจากสายเส้นพลังงานแห่งแผ่นดิน บาดแผลตามตัวหายไปจนหมดสิ้น และที่มือขวาของเขา ไม่จำเป็นต้องถือคทาไม้อีกต่อไป… เพราะคทาแห่งศูนย์ตาได้หลอมรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับดวงจิตและร่างกายของเขาเรียบร้อยแล้ว!

“อะไรกัน?!” ภพเบิ่งตาโตด้วยความตกตะลึงสูงสุด “ศัสตราวุธที่ดึงพลังจากบัลลังก์โบราณ… ถูกสลายสิ้นในพริบตาเดียวเนี่ยนะ?!”

“ถึงตาผมบ้างแล้ว”

ธันวาไม่เปิดโอกาสให้ภพได้พัก สะบัดฝ่ามือแสงสีทองในมือออกไปเบื้องหน้า!

“เวทศูนย์ตาสมบูรณ์: สะท้อนสัจธรรม!”

ตึง!

คลื่นความว่างเปล่าสีดำทองไม่ได้พุ่งเข้าทำลายร่างของภพโดยตรง แต่พุ่งเข้าแทรกซึม เส้นสายอาคมเวทมนตร์ดำ ที่ภพใช้เชื่อมต่อกับบัลลังก์โบราณ! พลังงานอาคมดำที่ภพพยายามเค้นออกมาจากบัลลังก์ ถูกวงเวทของธันวาสะท้อนกลับเข้าหากายเนื้อของภพเองทีละสาย!

เปรี้ยง! ตูม! ตูม!

“อ๊ากกกกกก!” ภพร้องโอยโอยด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ร่างของมันถูกแรงสะท้อนพลังเวทมนตร์ดำของตนเองกัดกิน อักขระสีแดงเลือดตามผิวหนังแตกกะเทาะระเบิดออก คทาหงส์ในมือหลุดร่วงลงประทะกับพื้นหิน ผลึกกุญแจสีทองที่ภพเคยกระชากไป พลันหลุดออกจากคทาและลอยกลับคืนมาสู่หน้าอกของธันวาอย่างสมบูรณ์แบบ!

ตราประทับกุญแจสีทองผุดขึ้นบนผิวหนังแขนขวาของธันวาอีกครั้ง ส่องแสงสว่างไสวผสานเข้ากับเนื้อหนังอย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน ไร้ซึ่งรอยแผลและความเจ็บปวดใดๆ เหลืออยู่อีกต่อไป

ภพทรุดลงคุกเข่ากับแท่นบัลลังก์ กระอักเลือดสีดำออกมาคำโต ร่างกายของมันร้าวระเบิดจนอาคมดำระเหยออกมาและควันไฟ ดวงตาสีแดงฉานแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งร้ายและสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด

“ฉัน… ผู้นำสภาจอมเวท… ไม่ไม่มีวันพ่ายแพ้ให้แก่เด็กเมื่อวานซีนอย่างแก!” ภพเค้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความอาฆาตที่พุ่งสูงถึงขีดสุด

“ยอมจำนนซะเถอะ ภพ” ธันวาค่อยๆ ลอยตัวลงมาเหยียบลงบนแท่นบัลลังก์หิน ห่างจากภพเพียงไม่กี่ก้าว “เวทมนตร์ดำของแกถูกสลายหมดแล้ว บัลลังก์นี้ไม่ได้ตอบรับแกอีกต่อไป”

“ยอมจำนนเหรอ? ฮ่าฮ่าฮ่า!” ภพยิ้มเหยียดหยัน ดวงตาคู่สีม่วงมืดมนฉายรังสีอมหิตอันสุดแสนสยดสยอง “ถ้าข้าบัลลังก์นี้ไม่ได้เป็นของฉัน… ก็อย่าหวังว่าใครหน้าไหนในประเทศนี้จะได้ครอบครองมัน!”

ภพใช้แรงกายและจิตวิญญาณเฮือกสุดท้าย โถมตัวลงไปกดฝ่ามือทั้งสองลงบน ผลึกใจกลางแท่นบัลลังก์เวทมนตร์!

“ด้วยวิญญาณและสายเลือดของฉัน… จงระเบิดระสับระสาย! ทำลายล้างบัลลังก์สุวรรณภูมิ!”

กริ๊ง

เสียงร้าวระเบิดของแก้วศักดิ์สิทธิ์ดังขึ้นจากใจกลางแท่นหิน! อักขระโบราณนับพันบนบัลลังก์แปรเปลี่ยนจากสีม่วงดำกลายเป็น สีแดงเพลิงระอุ! มวลพลังงานไสยเวททั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ใต้แม่น้ำเจ้าพระยามานานนับพันปี เริ่มเกิดการสลายตัวและควบแน่นเป็น “ระเบิดเวทมนตร์” ขนาดมหาศาล!

“มันบ้าไปแล้ว!” เมฆที่อยู่บนฝั่งตะโกนลั่นด้วยความตกใจสุดขีด “มันกำลังจะระเบิดบัลลังก์เวทมนตร์! พลังงานระเบิดขนาดนั้น… จะทำลายล้างกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงให้กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตาเดียว!”

เหล่าจอมเวทแห่งสภาและผู้คนบนฝั่งต่างพยายามร่ายเกราะป้องกันด้วยความตื่นตระหนก แต่ทุกคนรู้ดีว่าไม่มีข่ายอาคมใดในโลกที่จะต้านทานแรงระเบิดจากขุมพลังงานของบัลลังก์โบราณได้

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ตายไปพร้อมกับฉันซะ! ทั้งแก ทั้งกรุงเทพฯ ทั้งประเทศนี้!” ภพหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายของมันเริ่มแตกสลายกลายเป็นเสี้ยวแสงสีแดงจากการจุดชนวนระเบิด

ธันวามองดูแท่นบัลลังก์ที่กำลังจะระเบิดออกในอีกไม่กี่วินาที เขามองไปทางฝั่งแม่น้ำ มองเห็นผู้บริสุทธิ์นับแสน มองเห็นเมฆ และนึกถึงใบหน้ารอยยิ้มสุดท้ายของสิรินที่ยอมสละชีวิตเพื่อให้เขามารวมถึงจุดนี้

‘ศูนย์ตา… คือการสร้างสัจจะและความสมดุล…’ คำสอนของสิรินและบรรพบุรุษดังขึ้นในหัว

ธันวารู้ดีว่า หากเขาใช้พลังศูนย์ตาเพื่อเอาชีวิตรอดคนเดียว เขาทำได้… แต่กรุงเทพฯ และผู้คนนับล้านจะต้องพินาศ และวิธีเดียวที่จะหยุดยั้งแรงระเบิดระดับทำลายล้างประเทศนี้ได้ คือการ “ลบล้างและสลายแท่นบัลลังก์เวทมนตร์ทั้งหมด” ให้กลายเป็นความว่างเปล่าไปพร้อมกัน!

และการสลายขุมพลังงานมหาศาลขนาดนี้… จำเป็นต้องใช้ “พลังจิตวิญญาณทั้งหมด” ของตัวเขาเอง!

ธันวายิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความสงบ ไร้ซึ่งความกลัวต่อความตายอีกต่อไป

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ… คุณสิริน” ธันวากระซิบเบาๆ กับสายลมยามค่ำคืน

ธันวาก้าวเข้าไปยืนอยู่ใจกลางแท่นบัลลังก์ที่กำลังส่งแสงระเบิด ชูคทาแห่งศูนย์ตาขึ้นสูง แล้วปักปลายคทาลงไปที่ใจกลางผลึกระเบิดอย่างเด็ดขาด!

ตึ้ง

“สัจจะแห่งศูนย์ตา: คืนสู่ความว่างเปล่า!”

วิ้ง วิ้ง วิ้ง

รัศมีวงเวทสีทองรอบตัวธันวาหมุนวนกลับทิศทาง ปรากฏเป็นมวลความว่างเปล่าสีดำบริสุทธิ์ที่เรียบเนียนดั่งผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น ทันทีที่ศัสตราวุธโลหิตนับพันเล่มพุ่งเข้าระเบิดใส่รัศมีสีดำ พวกมันไม่ได้ระเบิด แต่กลับสูญเสียโครงสร้างเวทมนตร์ไปทันที! คมดาบและหอกอาคมดำแปรสภาพกลายเป็นเพียงละอองฝุ่นผงสีทอง ลอยกระจัดกระจายหายไปในอากาศดั่งหิมะละลายในฤดูร้อน!

“อะไรกัน?!” ภพเบิ่งตาตื่นด้วยความตกตะลึงสูงสุด “ศัสตราวุธที่ดึงพลังจากบัลลังก์โบราณ… ถูกสลายสิ้นในพริบตาเดียวเนี่ยนะ?!”

มวลแสงสีทองและระเบิดสีแดงปะทะกันยุ่งเหยิง พลังงานระเบิดของบัลลังก์ที่ควรถมกรุงเทพฯ ถูกมวลพลังศูนย์ตาของธันวาดูดกลืนและสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองไปทีละน้อยๆ กลางอากาศอย่างอัศจรรย์!

“ธันวา!” “ธันวา!” “ธันวา!” เสียงเมฆและเหล่าจอมเวทตะโกนลั่นด้วยความสะเทือนใจ

มวลแสงสีทองและระเบิดสีแดงปะทะกันยุ่งเหยิง ก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดออกเป็นแสงสว่างจ้าบริสุทธิ์ กลบทุกสายตาและทุกเสียงในโลกมนุษย์ไปจนหมดสิ้น!